World's tale

It's not the world that tells (you) the story, but it's your story that is told to the world.
 
It is currently Fri Nov 27, 2009 7:26 am

All times are UTC + 7 hours



Welcome
Welcome to worldstale

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, join our community today!




Post new topic Reply to topic  [ 1 post ] 
Author Message
 Post subject: [Short Story] อยากตาย...
PostPosted: Sat Oct 03, 2009 2:04 am 
Offline
The Knave of Hearts
The Knave of Hearts
User avatar

Joined: Mon May 18, 2009 9:37 am
Posts: 7
วันนี้เอาเรื่องสั้นมาลงค่ะ มันมากับความเมาแต๊ๆ ความจริงก็คือเมื่อวานนี้สอบล่ะค่ะ วิชาการเขียนวรรณกรรมสำหรับวัยรุ่น แล้วทีนี้ระหว่างที่อ่านหนังสือก็พยายามคิดพล็อตเรื่องสั้นเอาไว้ด้วยซักเรื่องเผื่อเอาไว้ใช้เป็นข้อเขียนตอนสอบ แล้วคิดไปคิดมา พิมพ์ไปพิมพ์มา มันก็ออกมาอีรูปนี้ล่ะค่า

อาจจะมึนๆงงๆไปซักนิด ยังไงก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้ให้เพื่อนๆกันด้วยนะคะ ว่ากันตามตรงแล้วเรื่องนี้ก็เป็นออริเรื่องแรกของเราเลยแหละ (ที่ผ่านมาเขียนแต่ฟิค)

ตอนจบอาจจะสั้นไปหรือห้วนไปบ้างต้องขออภัยค่ะ คือคิดพล็อตไว้ให้จบด้วยประโยคประมาณนี้ แล้วอีกอย่างก็คือตอนแต่งคุณแม่คอยส่งเสียงเตือนอยู่เป็นระยะๆด้วยว่าพรุ่งนี้มีสอบนะ เลยลงได้แบบนี้ล่ะค่า อ่านแล้วไม่พอใจอะไร ติชมได้เลยนะคะ Image


-------------------------------------------


Short Story : อยากตาย...


คุณเคยรู้สึกอยากตายบ้างมั้ยครับ

ผมเคยครับ เคยบ่อยเสียด้วย บางครั้งความรู้สึกนี้มันก็เกิดขึ้นมาเอง บางทีก็เกิดขึ้นมาเพราะลมปากของคนอื่น ไม่อย่างนั้นก็คงเพราะสายตาของคนรอบๆตัวหลายคนนี่แหละ มันทั้งทิ่ม ทั้งแทง จนผมเคยนึกเปรียบเอาว่าถ้าสายตาพวกนั้นเป็นมีดล่ะก็ ตัวผมคงได้พรุนยิ่งกว่าหอยเม่นไปละกระมัง

ผมเกิดมาเป็นลูกคนสุดท้องจากพี่น้องสี่คน อายุอานามตอนที่เกิดก็ห่างจากพี่ๆคนละปี สองปี สามปี และด้วยที่เป็นน้องเล็กผู้น่ารักน่าชังของพี่ๆนี้เอง ผมเลยต้องกลายเป็นของเล่นของพวกเขาไปอย่างเสียไม่ได้ ก็เป็นน้องนี่ครับ พ่อผมเคยสอนไว้ว่าน้องที่ดีก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของพี่ เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณพี่บังเกิดเกล้าจะสั่งให้ทำอะไร ถ้าไม่ถึงขนาดไปลักทรัพย์ (ตำรวจจับครับ) สอยผลไม้คนข้างบ้าน (ไม้ตะพดแกหวดดีนักล่ะครับ) เตะหมา (เดี๋ยวมันกัดคืนครับ) ผมก็ทำหมดล่ะ ไม่ว่าจะต้องมาคอยเป็นทาสรองมือรองเท้า วิ่งหาหนังสือที่คุณพี่ทั้งหลายแกอยากอ่าน (เพิ่งรู้เหมือนกันนะครับว่าพี่ผมชอบอ่านหนังสือการ์ตูนผู้ชายด้วย เห็นในเรื่องมีแต่ตัวละครชาย) เป็นตุ๊กตามีชีวิตให้คุณพี่จับไป...ทำอะไรนะ จิ้น ใช่มั้ย? นั่นแหละ ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันหมายความว่าอะไร แต่ทุกๆครั้งที่พี่เขาจะเริ่ม ‘จิ้น’ ก็เป็นอันต้องหันหน้ามามองผมเสียทุกครั้ง จากนั้นก็หันกลับไปหัวร่อต่อกระซิกหัวเราะหึๆอยู่ในมุมมืด ได้ยินเสียงพึมพำงึมงำกันว่าอะไร เคะๆ โชตะๆ นี่แหละ ผมล่ะสุดปัญญาจริงๆว่าพวกเขาคิดอะไรกันอยู่

พอเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น พ่อกับแม่ของผมก็ได้ส่งผมเข้าโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในตัวเมืองของจังหวัด ในตอนนั้นเศร้าครับ เหงาจนแทบไม่เป็นอันทำอะไร อยากจะตะกุยผนังของโรงเรียนให้เป็นรอย แสดงเป็นถ้อยความรู้สึกจากห้วงลึกภายในจิตใจว่าอยากออกไปสู่โลกภายนอกโว้ย แต่ก็รู้ดีว่าขืนทำลงไปนอกจากจะได้อนุสรณ์สถานแห่งความเจ็บปวดมาปรากฏอยู่บนมือบนเล็บของตัวเองแทนแล้ว อาจจะได้คำครหาจากเพื่อนๆมาด้วยว่าบ้า เพราะอย่างนั้นผมก็เลยไม่ได้ทำครับ ได้แต่นึกอาฆาตกำแพงปูนสีขาวสูงสองเมตร ว่า...เออ อย่าให้เป็นทีของข้าบ้างเหอะ อยู่อย่างนั้น

ตอนนั้นแทบอยากตะโกนให้เป็นเสียงเอคโค่ดังกลับไปถึงบ้านเลยครับ ว่าอยากตาย อยากตาย...

ทว่าไม่นานนักผมก็เริ่มปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้ครับ ดูๆไปที่นี่ก็ดีเหมือนกันถึงจะเป็นโรงเรียนชายล้วนก็เถอะ ที่สำคัญคืออยู่ที่นี่ผมดังครับ เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะหน้าตาดีไงครับ มีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องมาคอยปลื้มชื่นชมหน้าตาของผมไม่เว้นวันเลยเชียว บอกแล้วไงครับ ก็คนมันเกิดมาหล่อ ก็ย่อมต้องมีคนที่นิยมชมชอบเราเป็นธรรมดา ทุกวันๆนี่จะต้องมีคนเอาดอกกุหลาบมาให้กันถึงหน้าห้องนอนกันเลยทีเดียว ถึงผมจะไม่เข้าใจก็เถอะว่าแค่ชื่นชอบแค่นี้ทำไมถึงต้องให้เป็นกุหลาบแดงกันด้วย แล้วก็ไม่รู้อีกนั่นแหละว่ารูมเมทของผมเวลาเห็นคนเอาดอกไม้มาให้แล้วจะหงุดหงิดงุดเงี้ยวอะไรกันนักกันหนา แต่ช่างมันเถอะครับ เรื่องของมัน

อ้อ ผมลืมเล่าเรื่องของเพื่อนผมคนนี้ไปใช่มั้ยครับ จริงๆมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรหรอกครับ ก็แค่ว่ามันเป็นคนแรกๆที่เข้ามาทักผมตอนกำลังเฮิร์ทสุดใจ คิดถึงบ้านจนไม่เป็นอันกินอันนอน ได้แต่เอาเท้าเขี่ยดินคุ้ยหาอาหารตามอย่างไก่นั่นล่ะครับ แต่พอคุยๆกันไปแล้วดันเกิดถูกคอ มันก็เลยชวนผมไปพักเป็นรูมเมทห้องเดียวกัน เห็นว่าพอดีรูมเมทคนเก่ามันบังเอิญไปโดนพวกอันธพาลในโรงเรียนรุมกระทืบจนต้องหยุดยาวหลายเดือนรึไงนี่แหละ ก็ฟลุ๊คไปสำหรับผมล่ะครับ เข้ามาไม่นานก็ได้เพื่อนดีๆมาเลยหนึ่งคน

กลับมาที่เรื่องความนิยมของผมต่อ หลังจากมีดอกไม้มาให้แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มมีการอัพเกรดครับ คือบางคนไม่มีดอกไม้มาเปล่า แต่เริ่มมีของกินเล็กๆน้อยๆมาให้ฟรีๆด้วย ก็ลาภปากผมสิครับ แต่เจ้ารูมเมทตัวดีนั่น ดันฉวยของทั้งหมดที่คนเขาให้ผมมาบุกไปคืนเจ้าของมันถึงที่เลยครับ ขัดลาภซะจริงๆ ตอนนั้นผมหงุดหงิดมากครับ นึกหมั่นไส้มันอยู่ในใจว่ามันคงจะอิจฉาผมล่ะสิที่หน้าตาดีกว่า ถึงได้ทำนิสัยเป็นตัวขัดลาภของชาวบ้านชาวช่องเขาอยู่แบบนี้ มันก็เอาแต่ยิ้มครับ บอกว่าของแค่นั้นเดี๋ยวซื้อให้ใหม่ก็ได้ จะให้เลี้ยงทั้งชีวิตเลยก็ยังได้ ประหลาดคนครับ ผมล่ะไม่เข้าใจความคิดของมันเลยจริงๆ แต่ในเมื่อมันเสนอมาแล้ว จะไม่สนองมันก็ยังไงอยู่ ผู้ใหญ่ท่านว่าคนให้ของถ้าไม่รับมันเสียมารยาทครับ ผมก็เลยจับมันสัญญาว่าจะต้องเลี้ยงผมไปทั้งชีวิตเลยนั่นแหละ สมพรปากมันไปเลย

แต่หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องใหญ่ครับ มีรุ่นพี่คนนึงหอบดอกไม้มาให้ผมเหมือนเคย แต่คราวนี้ไม่ได้มาให้ที่หน้าห้องนอน พี่แกเล่นเอามาให้ตรงกลางโรงอาหารเลยครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องเอามาให้ตรงนั้น แถมคราวนี้ยังเอามาให้ซะช่อเบ้อเร่อ ไม่รู้ว่าจะชื่นชมความหล่อของผมมากไปถึงไหน พี่แกมักน้อยมากครับ พี่แกไม่ได้ต้องการอะไรจากผมเลย เขาแค่อยากให้ผม ‘คบ’ กับเขาเท่านั้นเอง คบกันอย่างเพื่อนน่ะครับ แต่ไอ้รูมเมทของผมนี่สิ ไม่รู้ว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา มันชกพี่เขาซะร่วงลงกองพื้นเลยครับ แถมยังจะตามไปเหยียบซ้ำอีก ไอ้ผมก็กลัวว่าหน้าตาของพี่เขาที่ไม่ดีอยู่แล้วจะน่าเกลียดเพิ่มขึ้นซะเปล่าๆ (แกต้องถือเรื่องหน้าตาบ้างแหละครับ ไม่งั้นคงไม่มาบูชาความหล่อของผมหรอก จริงมั้ย?) เลยรีบเข้าไปห้ามครับ แต่ยังครับ ไอ้เพื่อนของผมมันยังไม่หมดความบ้าแต่เพียงเท่านี้ มันประกาศลั่นโรงอาหารเลยครับว่าผมเป็น(เพื่อน)ของมัน! (ในวงเล็บนั่นผมเติมเองครับ แต่ก็นะ ความหมายที่มันพูดกับที่ผมพูดไม่ได้ต่างกันหรอกครับ แค่ใส่ไปให้ท่านผู้อ่านไม่เข้าใจผิดเท่านั้นเอง) ใครกล้าเข้ามายุ่งจะโดนดีเหมือนอย่างรุ่นพี่ที่ลงไปนอนกุมดั้งอยู่ที่พื้นตอนนี้ ตอนนั้นผมอายครับ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่เพิ่งจะเคยอายสุดชีวิตก็คราวนี้ ผมละไม่เข้าใจมันจริงๆครับ แค่ผมจะคบคนอื่นเป็นเพื่อนเพิ่มขึ้นยังไงก็ไม่ทำให้ผมมองมันเป็นคนอื่นคนไกลไปหรอกครับ จริงไหม ก็ไม่เข้าใจว่ามันจะหวงอะไรผมนัก ผมเป็นเพื่อนมันนะ ไม่ใช่เมีย

ตั้งแต่วันนั้นมาความนิยมของผมตกฮวบเลยครับ ไม่มีดอกไม้มาให้หน้าห้องนอน ไม่มีของกินมาเซ่นให้กับความหล่อของผม (ข้อนี้สำคัญ) ผมคิดว่าทุกๆคนจะต้องกลัวเพื่อนผมตามไปกระทืบแน่ๆถึงได้ยอมละทิ้งไม่มาชื่นชมความหล่อเหลาของผมเหมือนอย่างแต่ก่อน ผมเศร้าอีกแล้วครับ คนมันดังอยู่นานเกือบปี จู่ๆมีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาทำตัวถ่อยให้เสียความนิยม ไม่เสียของมันเปล่านี่สิครับดันพาผมเสียไปด้วย (จริงๆไอ้บ้านั่นก็เพื่อนผมนั่นแหละ) อย่างที่เขาว่ากันจริงๆว่าปลาตายหนึ่งตัว เหม็นหมดทั้งข้อง แต่ที่ซวยก็คือทั้งข้องนั่นดันมีผมอยู่คนเดียวก็เท่านั้นเอง

ตอนนั้นผมได้แต่ร่ำไห้น้ำตาแทบจะเป็นสายเลือดครับ รู้สึกอยากตายสิ้นดี ไหนจะไม่มีคนมาชื่นชมแล้ว ไหนจะโดนมองด้วยสายตาแปลกๆอีกต่างหาก แปลกยังไม่เท่าไหร่ครับ บางคนเดินๆอยู่ พอผมเดินผ่านเท่านั้นแหละ ร้องไห้ครับ! แกมองหน้าผมแล้วทำหน้าเหมือนเสียดายอะไรซักอย่างสุดชีวิต แล้วก็ได้แต่ร้องห่มร้องไห้เดินจากผมไป ทิ้งให้ผมยืนมองแกจนลับสายตา พร้อมกับความรู้สึกที่ว่า กูต่างหากที่เป็นฝ่ายอยากจะร้องไห้...

เวลาผ่านไปจนถึงเวลาที่ต้องเข้ามหาลัย ผมนึกยินดีอยู่ในใจครับที่จะสลัดไอ้รูมเมทนี่ออกไปจากชีวิตผมได้ซักที ผมเลือกเข้ามหาลัยแถวบ้านครับ กะว่ากลับไปอยู่บ้านจะได้ไม่ต้องเห็นหน้ามันให้เป็นความอัปยศในชีวิตว่าความนิยมเราเคยตกจนไม่เห็นฝุ่นก็เพราะมัน แต่รู้มั้ยครับ ชีวิตผมยังซวยไม่เลิกครับ เพราะมันยังตามมาเข้ามหาลัยเดียวกับผมอีก แล้วอาศัยนอนหอพักห้องเช่าแถวๆนั้นไป พอเช้ามาผมจะไปมหาลัยมันก็มาดักรอหน้าบ้านผมครับ ผมก็ต้องจำยอมไปเรียนพร้อมกับมัน เซ็งครับเซ็ง เซ็งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แต่ให้ทำไงได้ล่ะครับ ก็มันมีรถนี่ ไอ้ผมมันลูกคนจน จะให้มีรถนั่งอย่างมัน แอร์เย็นๆ สบายๆนี่เห็นทีว่าคงต้องรอกันชาติหน้าล่ะครับ ชาตินี้แค่มีวาสนาซื้อรถมือสองได้ซักคันนี่ก็เป็นบุญกะลาหัวเป็นที่ยิ่งแล้ว

(จริงสิ กลับมาบ้านงวดนี้พวกพี่ๆเหมือนจะเปลี่ยนคำเรียกผมแล้วล่ะครับ เป็นอะไร เคะๆ บื้อๆ นี่แหละ จริงๆแล้วพี่เขาอาจจะด่าผมว่าเป็นควายบื้อก็ได้ ผมคงจะฟังผิดไปเองน่ะครับ)

ผมมาเรียนมหาลัยนอกจากจะมีความฝันเรื่องรถแล้วผมยังมีความฝันอีกอย่างครับ ก็คือเรื่องของเพื่อนสาวที่อยู่คณะเดียวกับผมนี่แหละ เธอเป็นดาวของคณะที่ผมเรียนอยู่นี่เลยทีเดียว ตอนผมเจอเธอครั้งแรกรัศมีของเธอส่องสว่างเจิดจรัสเข้ากระแทกลูกตาของผมมาก ผมเลยไม่รอช้าที่จะเข้าไปตีซี้เธอจนได้เป็นเพื่อนกัน พร้อมทั้งประกาศให้ไอ้รูมเมทตัวยุ่งนั่นรู้ไว้ด้วยว่าสาวคนนี้แหละ ที่จะมาเป็นเจ้าสาวของเพื่อนเอ็งในอีกไม่ช้าไม่นาน

แต่เหมือนนรกชังสวรรค์แกล้งครับ ไม่เกินอาทิตย์ที่ผมบอกกับมันไป ดันกลายเป็นว่ามันกับสาวที่ผมเล็งไว้ดันคบกันซะเองครับ ผมมารู้ก็เพราะว่าไปขอเธอเป็นแฟนแล้วเธอบอกว่าคบกับมันอยู่แล้วนี่แหละ เสียใจครับ เจ็บใจด้วย เหมือนโดนเพื่อนแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ ตอนนั้นผมไม่ยอมไปมหาลัยเป็นอาทิตย์ๆ เอาแต่นอนซมเป็นบ้าเป็นบออยู่บ้าน อยากตายครับอยากตาย รู้สึกเหมือนโดนหักหลัง ทั้งจากสาวที่ชอบที่สุด และจากคนที่ผมมองมันเป็นเพื่อนมานานแสนนาน

จนวันนึงมันมาที่บ้านครับ (อาศัยบารมีพ่อแม่ผมเข้ามานั่นแหละ คิดรึว่าถ้าผมอยู่คนเดียวแล้วมันจะได้เข้ามาง่ายๆ) มาบอกว่ามันเลิกกับสาวคนนั้นแล้ว ที่คบกันก็แค่ลองดูเฉยๆ มันไม่ได้รักสาวคนนั้นเลยครับ มันว่ามันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว แต่คนที่มันชอบไม่เคยรู้ตัวเลย มันเลยลองคบกับคนอื่นดูครับ เผื่อว่ามันจะตัดใจจากคนๆนั้นไปซะได้ ผมพูดไม่ออกครับ เหมือนมีก้อนอะไรซักอย่างมาจุกอยู่ที่คอ ผมเองได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทมันที่สุดด้วยซ้ำแต่ไม่เคยสังเกตเห็นเลย รู้สึกผิดเป็นที่ยิ่งครับ แล้วพอผมถามมันว่าแล้วตัดใจได้หรือยัง มันกลับยิ้มแล้วตอบสั้นๆว่าคงไม่มีวันน่ะครับ

ถึงตอนนี้ถ้าเป็นคุณผู้อ่านจะทำยังไงครับ ยังจะโกรธมันลงอีกมั้ย ผมโกรธมันไม่ลงครับ ใครได้ฟังอย่างนี้แล้วยังโกรธมันได้อีกก็เลวแล้วล่ะครับ แต่ผมเป็นคนดีครับ เลยโกรธมันต่อไม่ลง

ด้วยความสงสารมัน ผมเลยจัดแจงพามันไปเลี้ยงฉลองและปลอบใจมันครับ ที่ฉลองนี่คือฉลองที่มันเลิกกับคนที่ไม่ได้รักซะได้ ส่วนที่ปลอบใจคือปลอบใจเรื่องที่มันยังตัดใจจากคนๆนั้นไม่ได้ซักที พามันไปกิน พาไปดวดเหล้า (แต่มันจ่ายนะครับ) พอเมากันได้ที่ก็ลากสังขารกันกลับบ้านครับ แต่ด้วยสภาพผมที่เมาแอ่นจนเด็กสามขวบก็ยังนึกรู้ได้เลยว่าถ้าพ่อพระบังเกิดเกล้าของผมมาเห็นเข้าล่ะก็ คงจะได้มีถีบตูดไสหัวลูกผู้น่ารักคนนี้ออกไปนอนให้ยุงหามเล่นเป็นแน่ คิดได้ดังนี้ผมก็เลยเดินตามมันต้อยๆเป็นลูกหมาเดินตามแม่ไปบ้านมันแทนครับ พอถึงบ้านมันก็จัดการถอดรองเท้าโยนทิ้ง แล้วปีนขึ้นเตียงมันยึดที่นอนมันเสร็จสรรพ เป็นการทวงบุญคุณที่ผมพามันไปเลี้ยงวันนี้ไงครับ จริงมั้ย?

แต่บ้านมันนอนไม่สบายตัวเลยครับ ยุงก็เยอะแถมยังกัดเจ็บอีกต่างหาก ที่สำคัญยุงบ้านมันนี่ดูท่าจะหื่นน่าดู มันไม่กัดแขนกัดขาครับ มันเลือกกัดเป็นที่ๆ กัดที่คอ ที่หน้า แล้วก็ส่วนล่าง... (ละไว้ในฐานที่เข้าใจนะครับ) เจ็บมากครับ ที่สำคัญยุงมันตัวแข็งน่าดู ตบทีนี่แทนที่จะดังเพียะ กลับดังขึ้นเป็นผัวะมาเลยก็ยังมีครับ แปลกยุงจริงๆ แต่ก็นั่นแหละ ยุงมันคงแปลกเหมือนเจ้าของบ้านมัน

แต่ตอนตื่นมานี่แหละครับ ที่ผมรู้สึกอยากตายที่สุดในชีวิต

ผมตื่นมาพร้อมกับอาการปวดครับ ปวดหัว ปวดเอว ปวดก้น ปวดมันไปหมดนั่นแหละ ได้แต่นอนดิ้นๆเหมือนปลากระดี่ขาดน้ำ ปวดหัวก็กุมหัว ปวดเอวก็กุมเอว ปวดก้นก็กุมก้น แต่กุมอย่างละที่นะครับ ผมมีแค่สองมือนี่ครับ ให้กุมพร้อมกันสามที่นี่คงทำไม่ไหว แล้วระหว่างที่ผมกำลังพยายามใช้หัวสมองอันน้อยนิดคิดว่าเกิดอะไรขึ้น ไอ้เพื่อนตัวดีมันก็เดินออกมาครับ

มันมาในสภาพกึ่งเปลือยโชว์หุ่นสวยๆแบบที่ผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน (รวมทั้งผมด้วย แต่ผมก็มีเรื่องหน้าตาให้ชดเชยได้อยู่แล้วล่ะนะ) พร้อมผิวขาวๆ (แต่ไม่ขาวเท่าผมนะ) นุ่งผ้าเช็ดตัว (อันหมิ่นเหม่ว่าจะหลุดมิหลุดแหล่) อยู่ที่เอวครับ แล้วพอมันเห็นหน้าผมปุ๊บมันก็ยิ้ม ไม่รู้มันจะยิ้มหาอะไร แล้วมันก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้ๆครับ เข้ามาถามไถ่อาการว่าเป็นไงบ้าง เหมือนมันรู้ว่าผมจะเป็นแบบนี้ เหมือนมันเป็นคนทำให้ผมปวดเมื่อยไปทั้งตัวแบบนี้เนี่ยแหละ

ถึงตรงนี้ ผมร้องว่า เดี๋ยวนะ ขึ้นมาทันควันเลยล่ะครับ

ไอ้รอยๆพวกนี้ อาการเจ็บก้นนี่ หรือว่า...

ผมมองหน้ามันอีกที

คนหล่อรู้สึกอยากตายขึ้นมามากที่สุดในชีวิต...มันก็ครั้งนี้นี่แหละครับ



End.


-------------------------------------------


เมื่อวานตอนเขียนจบแล้วเพิ่งรู้ตัว ว่าถ้าเอาไปเขียนแบบนี้จริงๆตอนสอบ อาจารย์จะหักคะแนนข้อหาที่มันวายมั้ยน้อ Image

_________________
Image


Top
 Profile E-mail  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 1 post ] 

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Jump to:  
cron
Donate Now
Donate Now


Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Hosted by FreeForums.org | Create a free forum
Template made by DEVPPL Flash Games